ในไทยไม่มีหน่วยงานไหนตรวจของกลุ่มนี้ก่อนวางขาย คำว่า “ปลอดภัย” หรือ “เกรดการแพทย์” บนกล่องจึงเป็นคำที่ใครก็พิมพ์ได้ สิ่งที่เชื่อได้มากกว่าคือคุณสมบัติของวัสดุเอง
body-safe แปลว่าอะไรจริงๆ
ย่อได้เป็นสองข้อ
- ไม่มีรูพรุน — ล้างแล้วสะอาดจริง ไม่มีอะไรค้างอยู่ข้างใน
- ไม่มีสารที่รั่วออกมา — โดยเฉพาะ phthalate ซึ่งเป็นสารทำให้พลาสติกนิ่ม และเป็นเหตุผลที่ของราคาถูกบางชิ้นมีกลิ่นฉุน
วัสดุที่ผ่านทั้งสองข้อ
- ซิลิโคน platinum-cure — มาตรฐานของกลุ่มนี้ ไม่มีรูพรุน ทนความร้อน ล้างสะอาดจริง
- สแตนเลส — ล้างง่ายที่สุด ทนที่สุด หนักและเย็น
- แก้ว borosilicate — ผิวเรียบสนิท ทำความสะอาดง่าย ต้องระวังการตกกระแทก
- ABS แข็ง — พลาสติกแข็งผิวเรียบ ไม่มีรูพรุน มักใช้เป็นตัวเครื่องของของที่มีมอเตอร์
วัสดุที่ต้องเข้าใจก่อนใช้
- TPE และ TPR — มีรูพรุน ใช้ได้ แต่ต้องล้างและเป่าแห้งทุกครั้ง และไม่ควรใช้ร่วมกับคนอื่น
- PVC นิ่ม — มักมี phthalate ถ้ามีทางเลือกอื่น ให้เลือกอย่างอื่น
- Jelly — วัสดุใสนิ่มที่มีกลิ่น เป็นกลุ่มที่ควรเลี่ยงที่สุด
สัญญาณที่สังเกตได้เอง
ไม่ต้องมีเครื่องมือ ใช้จมูกกับนิ้วก็พอ
- กลิ่นพลาสติกหรือกลิ่นเคมีแรง ตอนแกะกล่อง ของที่ปลอดภัยแทบไม่มีกลิ่น กลิ่นแรงคือสารที่กำลังระเหยออกมา
- ผิวเหนียวเยิ้มตั้งแต่ยังใหม่ ไม่ใช่เรื่องปกติ
- ราคาถูกผิดปกติทั้งที่เขียนว่าซิลิโคน ซิลิโคนแท้มีต้นทุนของมัน
- ระบุวัสดุแค่คำเดียวลอยๆ ไม่มีรายละเอียด ไม่มีเอกสาร
- สีเลอะออกมาตอนเช็ด สีที่ไม่ยึดกับเนื้อวัสดุคือสีที่จะเข้าตัวคุณ
ถุงยางแก้ปัญหาได้จริง
ถ้ามีของที่ชอบแต่ไม่แน่ใจวัสดุ หรือรู้ว่าเป็นวัสดุมีรูพรุน ครอบถุงยางคือทางออกที่ใช้ได้จริงและถูกที่สุด
- ใช้ถุงยางแบบไม่มีสารฆ่าอสุจิ
- เปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง และเปลี่ยนเมื่อสลับการใช้งาน
- ใช้กับน้ำหล่อลื่นสูตรน้ำเท่านั้น
สองข้อที่ไม่มีข้อยกเว้น
- ห้ามใช้ของที่มีรูพรุนร่วมกับคนอื่น ล้างยังไงก็ไม่หมด ถ้าต้องใช้ร่วม ต้องเป็นวัสดุไม่มีรูพรุนและต้องครอบถุงยาง
- ของที่ผิวเริ่มเหนียว เปลี่ยนสี หรือมีรอยแตก ให้เลิกใช้ ผิวที่เสียแล้วคือที่อยู่ของแบคทีเรียที่ล้างไม่ออก ไม่ว่าจะจ่ายไปเท่าไหร่ก็ตาม
สรุปสั้น
- ปลอดภัย = ไม่มีรูพรุน + ไม่มี phthalate
- คำโฆษณาบนกล่องไม่ใช่หลักฐาน กลิ่นกับผิวสัมผัสเป็นหลักฐานที่ตรงกว่า
- ไม่แน่ใจ ให้ครอบถุงยางกับใช้สูตรน้ำ
- ผิวเสียแล้วให้ทิ้ง อย่าเสียดาย
